30 พฤศจิกายน 2553

ครม.อนุมัติรร.จุฬาภรณราชวิทยาลัยเป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค

ครม.อนุมัติรร.จุฬาภรณราชวิทยาลัยเป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค เพื่อกระจายโอกาส

วันนี้(26พ.ย.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ(ศธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อเร็ว ๆนี้ คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้อนุมัติโครงการโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยเป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค เพื่อกระจายโอกาสสำหรับนักเรียนผู้มีความสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ตามที่ศธ.เสนอ ซึ่งจะเป็นการพัฒนาโรงเรียนจุฬาฯ 12แห่งทั่วประเทศ ที่มีหน้าที่ในการจัดการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 อยู่แล้ว ให้เข้มข้นขึ้น โดยเปิดให้เด็กในชนบทและภูมิภาคของประเทศไทยที่มีศักยภาพทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์สูง ได้เข้ามาเรียน โดยคัดผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรม.ปลายหรือ GPAX 3.50 ขึ้นไป รวมทั้งจัดโควต้าพิเศษแก่โรงเรียนดีประจำตำบลแห่งละ 1-2 ทุนได้คัดนักเรียนที่เป็นช้างเผือกหรือมีความสามารถสูงเข้ามาเรียนด้วย ตลอดจนเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เด็กเก่งได้เรียนในโรงเรียนใกล้บ้าน ซึ่งนักเรียนในโครงการนี้จะได้ทุนเรียนฟรี คนละ 94,000 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ที่ได้ให้การสนับสนุนนักเรียนที่เข้าเรียน

นายชินวรณ์ กล่าวต่อไปว่า โครงการดังกล่าวจะรับนักเรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา2554 จำนวน 576 คน โรงเรียนละ 48 คน แบ่งเป็นรับ ม.1 จำนวน 24 คนและ ม. 4 รับ จำนวน 24 คน นอกจากนี้ครม.ยังได้อนุมัติงบประมาณกลางจำนวน 27 ล้านบาท เพื่อให้โรงเรียนจุฬาฯ ดำเนินการรับนักเรียน เนื่องจากยังไม่ได้มีการตั้งงบประมาณไว้ใปีงบประมาณ 2554 ส่วนแผนโครงการการดำเนินงานระยะตั้งแต่ปีการศึกษา 2554-2557มีดังนี้ รับนักเรียนรวม 53,568 คน โดยในปีการศึกษา 2555 รับนักเรียน 3,456 คน ปี 2556 รับ 6,336 คนและปี 2557 รับ 8,640 คนนอกจากนี้ ครม.ยังอนุมัติให้ตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งมาบริหารโครงการนี้โดยมีดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร เป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะมีหน้าที่กำหนดนโยบายในภาพรวม กรอบและทิศทางการพัฒนาเพื่อให้การดำเนินการของแต่ละโรงเรียนเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ส่วนรูปแบบการบริหารโรงเรียนระยะแรกจะยังเหมือนเดิม แต่ในอนาคตจะปรับเป็นนิติบุคคลเต็มรูปแบบหรือเป็นโรงเรียนในกำกับของรัฐ

“นอกจากจะพัฒนาโรงเรียนจุฬาฯให้เป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาคแล้ว ผมเชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตและการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้มีปริมาณและคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ ที่สามารถทำการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างความรู้และนวัตกรรมใหม่ให้กับประเทศได้เป็นอย่างดี”นายชินวรณ์ กล่าว




ที่มา เดลินิวส์ วันเสาร์ ที่ 27 พฤศจิกายน 2553